Dianthus Stage [Stage2]

posted on 23 Mar 2011 22:44 by srwkung in Fiction

Stage 2 -น้องแมวในกล่องและไอ้แมวนอกกล่อง-

-------------------------------

มันเป็นทางเดินที่มืดมิดและมืดสนิท เจเนซิสไม่รู้เลยว่าเขาเดินหน้ามาได้นานเท่าไรแล้วแต่ที่แน่ๆ เขาอยู่ในมิติเวทมนต์อย่างแน่นอน เพราะถึงแม้รอบข้างจะมืดสนิทไม่เห็นหนทางใดๆทั้งตรงหน้าและโดยรอบ แต่ตัวของเขานั้นเป็นสิ่งเดียวที่ยังคงสว่างไสวอยู่ในความมืดมิด ที่เป็นแบบนี้เพราะว่าเขาต้องมนต์มิติของห้องทดสอบนี้อยู่ เวทที่จะไม่ทำให้เห็นสิ่งใดๆรอบตัวนอกจากสิ่งที่ผู้ร่ายเวทกำหนดเอาไว้เท่านั้น

“ถึงแล้วสินะ”เจเนซิสพึมพำออกมาเมื่อเขาเริ่มสังเกตเห็นแสงเล็กๆตรงหน้า และเมื่อเขาขยับร่างเข้าใกล้แสงนั่นเรื่อยๆ แสงนั่นก็ค่อยๆขยายขนาดใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นแล้วก็ใหญ่ขึ้นจนในที่สุดเขาก็สามารถที่จะสังเกตได้ว่า แสงที่เขาเห็นนั้นมีรูปร่างเป็นประตูไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือมันเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเขาอยู่สักเล็กน้อย แสงเหล่านั่นล้วนแต่มีลักษณะคล้ายคลึงกับความมืดสีดำที่เขาสังเกตเห็นอยู่ในห้องทดสอบก่อนที่จะเดินเข้ามา ราวกับว่าที่อยู่อีกด้านเป็นมิติอีกแห่งที่แตกต่างออกไปและเหมือนจะมีอะไรสักอย่างรอคอยเขาอยู่ในนั้น ซึ่งเจเนซิสก็สามารถรู้ด้วยตนเองได้อีกทันทีและว่า อีกฝากของแสงสีขาวนั้นจะต้องเป็นบททดสอบรอคอยให้เขาไปเผชิญหน้ากับมันอยู่แน่ๆ

“เป็นไงเป็นกันละ!”ว่าแล้วเจเนซิสก็กัดฟันก้าวเท้าเข้าไปในกรอบแสงนั่นทันที เมื่อเท้าของเขาก้าวผ่านไปความรู้สึกที่สัมผัสได้จากปลายเท้าของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ ตอนเขาเดินอยู่ในความมืดสีดำ เขารู้สึกว่าพื้นห้องที่เขาเหยียบอยู่มีอะไรบางๆนุ่มๆรองรับอยู่ตลอดเวลาที่ก้าวเท้า สิ่งนั้นมันบางเสียจนเขากลัวว่าถ้าเขาทิ้งน้ำหนักที่เท้าลงไปมากเกินไปในตอนที่เดิน เท้าของเขาจะเหยียบทะลุสิ่งเหล่านั้นและเขาก็จะตกลงจมหายลงไปในทะเลแห่งความมืดที่อยู่เบื้องล่าง

แต่ความรู้สึกที่ปลายเท้าตอนปัจจุบันนี้มันไม่ใช่ มันเป็นสัมผัสที่แข็งและมั่นคงราวกับว่าเขาเหยียบลงบนพื้นอาคารที่ปูด้วยกระเบื้องอย่างดี ไม่ขรุขระซ้ำยังเรียบลื่นกดน้ำหนักเท้าลงไปได้เต็มเท้าอีกต่างหาก ซึ่งก็ไม่ใช่แค่พื้นที่เปลี่ยนไปแต่สภาพรอบตัวของเจเนซิสหลังก้าวเข้ามาในแสงแล้วมันก็ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดต่างหาก

ตอนนี้เขาอยู่ในห้องขนาดใหญ่ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นห้องโถงขนาดย่อมๆก็ว่าได้ เพดานห้องเป็นกระจกหุงหรืออีกชื่อหนึ่งคือกระจกสี ที่มักใช้ตกแต่งและประดับประดาตามโบสท์ ส่วนชิ้นกระจกที่ประดับตามเพดานห้องนี้นั้น เป็นกระจกที่มีโทนสีออกไปทางน้ำเงินไม่ก็สีฟ้า แต่ที่น่าแปลกก็คือกระจกเหล่านั้นมุงไม่เต็มเพดาน แต่กลับปล่อยบางจุดให้โหว่เอาไปเป็นรูวงกลม ซึ่งนั้นก็ทำให้มีแสงสีขาวลอดส่องลงมาทางรูโหว่ แสงสีขาวที่ตัดกับเพดานกระจกสีฟ้า ทำให้บรรยากาศภายในโถงนี้ดูลึกลับปนสว่างไสว ฝาข้างของห้องโถงนี้ก็ก่อด้วยอิฐสีขาวอมน้ำเงิน เมื่อรวมกับแสงที่ลอดส่องมาในห้องตามรูที่มีไม่มากก็ทำให้บรรยากาศในห้องชวนอึมครึ้มปนเศร้าและแฝงไปด้วยบรรยากาศเร้นลับ ที่ราวกับว่าเราสามารถสัมผัสความแปลกประหลาดที่แสนจะผิดแปลกได้ทุกๆฝีก้าวที่ขยับย่างเท้าและเคลื่อนตัวไปในห้อง

เถาวัลย์สีเขียวขึ้นเลื้อยตามเสาค้ำที่ถูกสลักลวดลายแปลกๆ ลวดลายที่ว่านั้นไม่ใช่การแกะสลักเสาให้โค้งเว้าหรือต่อเติมรูปร่างต่างๆเข้าไป แต่เป็นการแกะสลักตัวเลขเรียงกันไปมาตั้งแต่หัวเสาวนลงมาจนจรดท้ายสุดของเสาค้ำ และลากยาวรอยแกะสลักจากปลายของเสาด้านหนึ่งไปยังปลายขอบของเสาอีกต้นหนึ่ง แล้ววนขึ้นไปที่เสานั้น วนไปจนจรดขอบเพดานและก็ลากยาวรอยแกะสลักจากบนสุดของเสาผ่านเพดานที่เป็นกระจกหุงไปยังเสาอีกต้นที่อยู่ตรงข้าม

อันที่จริงเมื่อถึงเพดานแล้ว จะเรียกว่าแกะสลักก็ไม่ถูกนักหรอก น่าจะเรียกว่าขูดกระจกหุงหลากสีเป็นตัวเลขเสียมากกว่าและแน่นอนว่าเมื่อขูดสีที่เติมแต่งกระจกให้สวยงามออกไป ที่เหลืออยู่ก็จะมีแค่แผ่นกระจกใสๆซึ่งให้แสงสว่างสามารถส่องลอดเข้ามาได้ นอกจากรูกลมๆแล้ว ในห้องนี้ยังมีแสงที่ถูกฉายเป็นตัวเลขเรียงกันส่องเข้าสู่พื้นห้องเพิ่มเข้ามาอีกอย่างหนึ่ง

ส่วนที่ลึกที่สุดของห้องนั้นเป็นกระจกหุงที่ถูกนำมาติดไว้เต็มฝาห้องด้านใน แต่ถ้าจะเรียกให้ถูกที่สุดคงต้องเป็น ผนังด้านในสุดทำมาจากกระจกหุงหลากสีมากกว่า ตรงๆใกล้ๆกับฝากระจกมีแท่นหินอยู่หนึ่งแท่น โดยเหนือแท่นนั้นมีกล่องสีน้ำตาลวางเอาไว้อยู่ เจเนซิสคาดการณ์ได้ทันทีเลยว่า ในกล่องนั้นต้องมีบททดสอบที่เขาตามหาอยู่แน่ๆ

“เป็นสถานที่ที่ดูสงบ แต่ว่ากลับรู้สึกว่ามันแปลกแล้วก็ลึกลับอย่างบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้”นี้คือประโยคแรกที่ออกมาจากปากของเจเนซิส ในยามที่เขาได้จ้องมองทัศนียภาพรอบๆตัวในห้องโถงนี้ สายตาของเขาเลื่อนไปมาตามผนังห้อง ฝาด้านใน เพดานห้อง ที่พื้น ก่อนจะวกกลับมาที่ผนังห้องอีกทีเขาชำเลืองและมองสำรวจสถานที่เหล่านี้ด้วยสายตาที่ทอประกายอยากรู้อยากเห็นเหมือนเด็กๆ

เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เจเนซิสตัดสินใจชำเลืองมองไปที่ตัวเลขสลักที่เรียงรายเป็นแถวยาวเหล่านั้น เขาอยากรู้เหลือเกินว่าจำนวนอะไรมันถึงเยอะได้ใจขนาดนี้ถึงขั้นเอามาไล่เขียนเรียงตามเสาตามหลังคาได้ติดต่อกันเป็นสิบเป็นร้อยตัว จำนวนที่มากขนาดนี้มันจะมีสักกี่จำนวนกันเชียวนะ

“0631 อะไรกันเนี่ย?”เด็กหนุ่มพึมพำขณะอ่านตัวเลขที่ถูกสลักไว้ตรงพื้นซึ่งอยู่ใต้เท้าของเขา ตัวเลขที่ต่อจาก1ที่เขาเห็นก็คือก็คือ5ติดกันสองตัวและตามด้วย8 แต่ดูเหมือนเจเนซิสจะรู้สึกคุ้นเคยกับจำนวนพวกนี้อยู่บ้าง เขาเลยตัดสินใจไล่สายตาไปเรื่อยๆเพื่อหาจุดที่รอยแกะสลักตัวเลขเหล่านั้นสิ้นสุดลง หลังจากกวาดสายจากบนลงล่างและจากล่างขึ้นบนไปได้สักพัก เขาก็เห็นว่ารอยแกะสลักนั้นสิ้นสุดลงบริเวณมุมห้องโถงด้านในสุดนั่นเอง โดยรอยแกะสลักเหล่านั้นถูกแกะให้จบลงตรวหน้าของแท่นหินที่มีกล่องสีน้ำตาลวางเอาไว้อยู่ด้านบน

เมื่อเจเนซิสก้าวยาวไปจนถึงบริเวณตำแหน่งที่พอจะมองตัวเลขเหล่านั้นชัด เขาก็อ่านตัวเลขที่เรียงรายยาวติดต่อกันในแถวสุดท้ายนั้นออกมา

“999999 นี้มัน 9ทั้งหมด6ตัวแล้วรูปแบบการเรียงเลขก่อนหน้า หรือว่าตัวเลขที่สลักเอาไว้ทั้งหมดนี้จะเป็นค่าพาย? แล้วก็ไล่มาจนถึงไฟน์แมนพ๊อยส์?”เจเนซิสพูดถึงสิ่งที่อยู่ในหัวออกมา หลังจากใช้หัวสมองพิจารณาข้อมูลทั้งหมดที่เห็น

ไฟน์แมนพ๊อยส์ก็คือตำแหน่งที่ใช้เรียกตัวเลข9เรียงกันทั้งหมด6ตัว ซึ่งเป็นชุดตัวเลขที่ปรากฎอยู่ในค่าพายโดยเริ่มในตำแหน่งที่762ไปถึงตำแหน่งที่767

“ถ้าจำไม่ผิด ค่าพายก็คืออัตราเส้นรอบวงกับเส้นผ่าศูนย์กลางของวงกลมนี้น่า แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับบททดสอบละเนี่ย”เจเนซิสตั้งข้อสงสัยในขณะที่เดินเข้าไปใกล้แท่นหินนั่น เมื่อเข้าไปใกล้มากขึ้นก็ทำให้เขาสังเกตเห็นว่า เจ้ากล่องสีน้ำตาลที่ว่า มันมีการสั่นดุกดิกๆซะด้วย หรือว่าจะมีอะไรบางอย่างอยู่ในกล่อง อะไรบางอย่างที่สามารถเคลื่อนไหวได้ หรือว่าในกล่องนั้นจะใส่สิ่งมีชีวิตเอาไว้?

“เมี้ยว~~”

“หา?”เจเนซิสทำหน้าอึ้งสุดขีดเมื่อได้ยินเสียง“เมี้ยว”ปริศนาที่ดังขึ้นมา เมื่อรวมกับการเห็นกล่องสั่นดุกๆดิกๆด้วยแล้วยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าเสียง“เมี้ยว”ปริศนานี้ต้องดังออกมาจากกล่องสีน้ำตาลนั่นแน่ๆ

“เอาเถอะ แค่ห้องแปลกๆนี้ก็พอแล้วละ มันคงไม่มีอะไรประหลาดๆกว่านี้โผล่มาอีกแล้ว”เจเนซิสเอ่ยพึมพำก่อนจะขยับเท้าเข้าไปใกล้กล่องใบนั้น

-------------------------------

ขณะเดียวกัน ในห้องแสงสลัวสีฟ้าอีกห้อง ซึ่งไม่ใช่ห้องแบบทดสอบที่เจเนซิสกำลังเผชิญอยู่ อะไรบางอย่างกำลังจับจ้องไปที่ข้างฝาด้านในสุดของห้องนี้อย่างออกรส ข้างฝาที่พูดถึงนั้นมีจอมอนิเตอร์รวมนับสิบถูกแปะติดประดับเอาไว้ที่ฝานั้น ภาพในจอมอนิเตอร์แต่ละจอก็ฉายเหตุการณ์และสถานที่แตกต่างกันออกไปไม่ซ้ำแบบกัน แต่สิ่งที่เหมือนจะเป็นจุดรวมของทุกจอภาพเห็นจะเป็น ภาพในจอทุกจอต้องมีภาพเด็กนักเรียนของโรงเรียนบลูทาวเวอร์ประกอบอยู่ด้วย นี้คงจะเป็นจอที่จับภาพเหล่านักเรียนที่กำลังเข้ารับการทดสอบอยู่แน่ๆ

แกร็ก เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบาๆ สิ่งที่จับจ้องจออยู่เปลี่ยนความสนใจจากมอนิเตอร์ไปยังประตูห้องที่อยู่อีกฝากในทันที

“อ้าว อาจารย์เกรย์เองรึค่ะ”เสียงใสเจื้อยแจ้วเหมือนเสียงของเด็กสา